ภาพเชิงซ้อนของภาคเกษตร

สำหรับประเทศไทยภาคเกษตรไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งผลิตพืชเท่านั้น ยังมีภาพเชิงซ้อนของภาระภาคเกษตรที่ต้องคำนึงถึง6 ดังนี้

  1. การเกษตร ไม่เป็นเพียงกิจกรรมที่เพียงแต่มุ่งผลิตหรือประกันความมั่นคงทางอาหาร แต่มีส่วนในบริบทของพลังงานชีวภาพ ชีวมวล การรักษาสภาพแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการก๊าซเรือนกระจก (การจัดการคาร์บอน) การประกันความมั่นคงของโครงสร้างทางสังคม การสร้างงาน และการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน
  2. การเกษตรและขบวนการผลิตสินค้าเกษตรของไทยมีหลายระดับ หลายขนาด ตั้งแต่ทำเพื่อพอกินพอใช้ ทำขายในพื้นที่ ขายในประเทศ ส่งออกสู่ตลาดภูมิภาคตลาดโลก
  3. มีความหลายหลายในรูปแบบของการใช้ปัจจัยการผลิต ทั้งที่มีอยู่ในประเทศ และปัจจัยที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยชีวภาพ กายภาพ และการเงิน micro-meso-macro finance เป็นต้น
  4. การเกษตรเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการจัดการที่เป็นมรดกตกทอด และเทคโนโลยีนำเข้าสมัยใหม่ เป็นการบูรณาการระหว่างวิทยาศาสตร์ชีวภาพ กับวิทยาศาสตร์กายภาพ ระหว่างเทคโนโลยี/วิทยาการสมัยใหม่กับภูมิปัญญาพื้นบ้าน ระหว่างวิทยาศาสตร์กับสังคมศาสตร์ โดยมีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องระหว่งการจัดการปัจจัยทางชีวภาพ ปัจจัยด้านทรัพยากรกายภาพ และปัจจัยด้านสังคม
  5. ระบบเกษตรกรรมไทยไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ จากความหลากหลายทางเชื้อพันธุกรรมพืชและสัตว์ที่มีอยู่ในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ประโยชน์จากความหลายหลายทางชีวภาพ ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ และต้องพร้อมรับเงื่อนไขทางทรัพย์สินทางปัญญาในการบริหารจัดการทรัพยากรทางพันธุกรรม

จากประเด็นปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ในท้ายนี้จะขอสรุปให้เห็นประเด็นที่ท้าทายการผลิตของภาคเกษตรและอาหารของไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่ต้องเตรียมแผนการรองรับ/ป้องกัน ดังนี้1

  1. ความสามารถในการรักษาความมั่นคงด้านอาหารของประชากรในประเทศได้อย่างยั่งยืน
  2. ความสามารถในการรองรับการสร้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชนบท
    ลดช่องว่างรายได้ระหว่างอาชีพเกษตรกรกับอาชีพอื่น
  3. ความยั่งยืนของระบบเกษตรกรรมและอาหาร ที่สัมพันธ์กับความสามารถรองรับของทรัพยากรธรรมชาติของประเทศโดยเฉพาะในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
  4. ความสามารถในการปรับตัวตามเงื่อนไขและข้อตกลงระหว่างประเทศ และเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศนอกระบบภาษี (non-tariff barrier) ที่มีผลต่อผลิตผลด้านเกษตรและอาหารของไทย เช่น
  • ระบบคุณภาพHACCP (Hazard Analysis Critical Control Point)
  • ระบบคุณภาพ ISO/IEC 17025 (มาตรฐานการรับรองห้องปฎิบัติการ)
  • Pangan Segar Asal Tumbuhan (PSAT) ของอินโดนีเซีย เป็นกฎระเบียบใหม่ในการควบคุมอาหารนำเข้าซึ่งผลิตมาจากพืช (fresh food of plant origin)
  • การตรวจสอบการผลิตสินค้าว่าได้มาตรฐานการค้าโดยชอบธรรมหรือไม่ โดย องค์กรสากลเพื่อติดฉลากการค้าที่เป็นธรรม หรือ องค์กรแฟร์เทรด (Fairtrade Labelling Organizations International :FLO)
  • มาตรการนำเข้าอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ปริมาณน้อย หรือ Import Permit Guide for Products with Small Amounts of Meat, Poultry and Egg โดยประเทศสหรัฐอเมริกา
  1. ความสามารถรักษาระดับการผลิตโดยไม่ขึ้นอยู่กับแรงงงานต่างด้าว
  2. ลดการพึ่งพาวัตถุดิบประเภทโปรตีน เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร และเวชภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์ ความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศผู้นำเข้าสินค้าเกษตรไทย ความสามารถที่เพิ่มขึ้นของประเทศคู่แข่ง ความสามารถในการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตใหม่ ตลอดจนพฤติกรรมการบริโภคของผู้นำเข้าที่เปลี่ยนแปลง
  3. ความสามารถในการเข้าใจ และเข้าถึงเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสาร และปัจจัยการผลิตที่จำเป็น
  4. ความเข้มแข็งในการวิจัย พัฒนา นวัตกรรม และบริการ ที่ประชาคมภาควิชาการเกษตรและอาหาร สามารถเกื้อหนุนภาคการผลิต
  5. ความสามารถในการเผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ตลอดจนการพัฒนากลไกการสื่อสารระหว่างภาคผลิตกับตลาด และผู้บริโภคทั้งภายในและภายนอกประเทศ

 

1 รศ.ดร.พงศ์เทพ อัครธนกุล. 2552. เกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทย. เอกสารประกอบการสัมมนาสมัชชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา ครั้งที่ 8, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s