เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกับการพัฒนาการเกษตร ในระยะปี 2554-2563

จากผลการสัมมนาSmart Farm ครั้งที่ 1 และการร่วมทำงานกับกลุ่มความร่วมมือต่างๆ ตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือน ทำให้ได้ประเด็นปัญหาจากความเห็นพ้องของผู้เชี่ยวชาญภาคเกษตรในแง่มุมต่างๆ
นำมาสู่การกำหนดเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา เนคเทคจึงได้จัดการระดมความคิดเห็นต่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกับการพัฒนาการเกษตร ในระยะปี 2554-2563 หรือ IT for Agriculture Foresight ในวันที่ 10 พฤษภาคม และ 9 มิถุนายน 2553 โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่

  1. เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการจัดทำ White Paper เกี่ยวกับแนวทาง
    การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกับการพัฒนา
    การเกษตร ใน 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2554-2563)
  2. เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการจัดทำ Technology Roadmap
    ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับภาคการเกษตร
    ของประเทศ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2554-2556)
  3. เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการจัดทำกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย ระยะ พ.ศ. 2554-2563

ผู้เข้าร่วมเวทีระดมสมองประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางการเกษตร (คัดเลือกจากกลุ่ม SIG ทางการเกษตร) และผู้มีประสบการณ์ด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเกษตร จำนวนประมาณ 40 ท่าน โดยแบ่งหัวข้อในการระดมความคิดเห็นออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การผลิต 2) คุณภาพมาตรฐานการผลิตและสินค้า 3) การบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเกษตร และ 4) การบริหารจัดการความรู้ทางการเกษตร

ในการระดมความคิดเห็นครั้งนี้ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ปกษ.)ได้เข้าร่วมเพื่อรับฟังและให้นโยบาย ตลอดจนข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาด้านการเกษตร ทั้งนี้ ปกษ. ได้มอบหมายให้กลุ่มสัมมนาทำการยกร่างคณะกรรมการมาตรฐานข้อมูลการเกษตรแห่งชาติ เพื่อให้ ปกษ. ลงนาม
แต่งตั้งและช่วยผลักดันให้เกิดการปฏิบัติจริงต่อไป

ประเด็นที่ได้จากการประชุม

สรุปประเด็นสำคัญจากการระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในประเด็นปัญหาภาคเกษตรดังนี้

  • การผลิตทางการเกษตร

ภาครัฐควรสนับสนุนนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่อง อาจใช้กลไกของสภาเกษตรกรที่จะเกิดในอนาคต ซึ่งเกษตรกรสามารถเข้ามามีส่วนในการกำหนดนโยบายมากขึ้นได้โดยใช้ IT เป็นเครื่องมือ การวิจัยและพัฒนาเป็นเรื่องสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ในด้าน IT ประเทศไทยควรทุ่มเทในการทำวิจัยและพัฒนาแบบก้าวกระโดดเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตไม่ควรไล่ตามพัฒนาเทคโนโลยีของต่างประเทศในปัจจุบันเพราะกว่าประเทศไทยจะทำได้ ก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม การพัฒนา IT ให้กับเกษตรกรใช้ ต้องเน้นในเรื่องของการใช้งานง่าย สะดวก ควรมีการทำวิจัยตลาด/ลูกค้าก่อนพัฒนาสินค้า นักวิจัยต้องเป็น economist และ marketer มุ่งเน้น “user centric” การสื่อข้อมูลหรือการสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรเป็นเรื่องสำคัญ ช่องทางการสื่อสารต้องแพร่หลาย สะดวกและใช้งานง่าย องค์ความรู้เพื่อการแข่งขันในอนาคตต้องมีพลวัตรที่เหมาะสมกับเวลา/ สถานการณ์ มิฉะนั้นอาจล้าสมัยได้ ดังนั้น องค์ความรู้ต้องผ่านการวิจัยและพัฒนาจึงจะสามารถได้ความรู้ที่เหมาะกับอนาคต และประเทศไทยอาจต้องหันมาทบทวนเรื่องการทดลองพืช GMOs เพื่อหากมีการยอมรับจากทั่วโลก ประเทศไทยจะได้ไม่ตกขบวนรถ ในอนาคตจากอิทธิผลของ climate change ที่ทำให้ฤดูกาลผันแปร กระทบโดยตรงต่อการทำเกษตรของประเทศไทย เพราะเราอิงธรรมชาติมากเกินไป การบริหารจัดการน้ำรวมถึงการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย แรงงานเกษตรมีผู้สูงอายุมากขึ้น ต้องเน้นที่การสร้างยุวเกษตรกร ต้องเพิ่มความรู้ด้าน ICT เกษตรกรรุ่นใหม่ต้องเป็นเจ้าของกิจการได้เอง และเครือข่ายสถาบันการศึกษาต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

  • คุณภาพมาตรฐานการผลิตและสินค้า

ในประเด็นนี้ผู้เชี่ยวชาญต่างให้ความสำคัญกับการสร้างตราสินค้าไทย (brand) และความน่าเชื่อถือ (trust) มากที่สุด โดยใช้มาตรฐานสากลเป็นตัวกำหนดคุณภาพสินค้า การทำ traceability เป็นสิ่งจำเป็น นำ IT มาช่วยในการสร้าง story เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ การใช้เป็นประโยชน์จาก social network เป็นสื่อโฆษณาอันทรงพลังในการสร้าง Brand และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และเมื่อนำ technology มาช่วยในการสืบย้อนกลับก็ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าได้ การผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต ซึ่งต้องการAutomation system/ robotic (องค์ความรู้ทางการผลิต, ระบบ monitoring/ warning, ระบบควบคุม) เพื่อแก้ปัญหาเรื่องคน และ Automate farming system การจัดการผลผลิต ต้องทำให้ผลผลิตมีคุณสมบัติสม่ำเสมอทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ดังนั้น weather warning system (เช่น การวัดความชื้น อุณหภูมิ) ก็มีความสำคัญเช่นกัน ในส่วนของกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ บทบาทของภาครัฐ 1) ดูแลความปลอดภัยผู้บริโภค require ability to identity problem, route, safety 2) ระบบกลางที่มีข้อมูลตาม value chain 3) ช่วยเหลือ SMEs ให้สามารถทำ traceability ได้ ทั้งนี้ ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญ ต้องมีมาตรฐานและเชื่อมโยงกันได้ ต้องเร่งให้เกิด center of information และต้องมีการเก็บบันทึกข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วย

  • การจัดการความเสี่ยงทางการเกษตร

ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกันว่าความเสี่ยงในภาคเกษตรมีหลายประเภท ทั้งที่ควบคุมได้ เช่น แรงงาน ราคาสินค้า หรือความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยธรรมชาติ และโรคระบาด ซึ่งการติดตามเฝ้าระวังความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับภาพใหญ่ใน scale ระดับภาค แต่ควรต้องติดตามถึงระดับชุมชน สำหรับความเสี่ยงด้านแรงงานเนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีผู้สูงอายุมากขึ้น จะเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงและใช้ IT ของเกษตรกร ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาศักยภาพของแรงงานภาคเกษตรให้เป็นแรงงานทักษะสูง อย่างไรก็ตามต้องเร่งสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ต้องใช้การศึกษาขับเคลื่อนการพัฒนาคน นอกจากนี้ ในปี 2015 เมื่อประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แรงงานราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านจะไหลบ่าเข้ามาทดแทนแรงงานไทยที่ไหลออกจากภาคเกษตร ขณะเดียวกันประเทศไทยจะพัฒนาเกษตรกร เยาวชน เข้าไปในประชาคมอาเซียนได้อย่างไร การเฝ้าระวังและพัฒนาพันธุ์พืช/พันธุ์สัตว์พื้นเมืองที่ดีของไทยเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างจริงจังและเร่งด่วน

  • การจัดการความรู้ทางการเกษตร

องค์ความรู้ด้านเกษตรของไทยมีกระจายอยู่ในหลายแหล่ง มีต้นแบบมากมายทั้งในปราชญ์ชาวบ้าน และชุมชนต้นแบบในหลายพื้นที่ องค์ความรู้เหล่านี้เป็น mindset ของชุมชน และเป็นของคนคนนั้น เมื่อเกษตรกรนำวิธีของปราชญ์ชาวบ้านไปทำ มักไม่ได้ผลสำเร็จแบบเดียวกัน ดังนั้น ต้องมีคนถอดรหัสองค์ความรู้ ตรรก วิธีคิดของปราชญ์ชาวบ้าน แปลงเป็น model และต้องแปลความ เพราะเรื่องของประสบการณ์ และความชำนาญ ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรไม่ได้ ต้องหาวิธีการให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้เท่าทันสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงจะเป็นการดีที่สุด ต้องทำให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้ต่างๆ ได้โดยง่าย สามารถค้นหาและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ในระดับชุมชน มีการจัดหมวดหมู่ความรู้ เน้นการเชื่อมต่อข้อมูลใน supply chain ภาคเกษตร และต้องจัดทำมาตรฐานข้อมูลการเกษตรแห่งชาติ เทคโนโลยีสำหรับเกษตรกรต้องเข้าถึง last mileได้ ใช้ IT ลด Information literacy และเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ผ่าน mobile devices ใช้ IT สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ เพิ่มพูนทักษะ การจ้างงานในชุมชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มเกษตรกร

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s