Smart Farm Flagship

เพื่อให้ผลงานวิจัยและพัฒนาสามารถตอบสนองการพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้จัดทำแผนการปฏิบัติงานระยะ 3 ปี (พ.ศ.2551-2553) ภายใต้ชื่อแผนปฏิบัติการ NECTEC Flagship Project เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในวงกว้าง โดยให้ความสำคัญกับการทำงานแบบบูรณาการ โดยการสร้างพันธมิตรและเครือข่ายความร่วมมือให้เข้ามาอยู่ในแผนการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นการวิจัยจนนำไปสู่การใช้งานจริง

วัตถุประสงค์ของ Flagship Project 1) เป็นกลยุทธ์ระดับองค์กรที่ต้องการขับเคลื่อนงานวิจัยของ เนคเทคให้ตอบโจทย์ตรงต่อสภาพปัญหาของประเทศ มีพันธมิตรและกลุ่มเป้าหมายชัดเจน 2) เป็น Pilot project ที่เสริมสร้างการทำงานลักษณะทีมวิจัยภายในประเทศ 3) เป็นตัวเชื่อมสำคัญในการโยงงานวิจัยของเนคเทคระดับ Platform กับ Cluster ของ สวทช. 4) บริหารจัดการแบบครบวงจรซึ่งตรงกับรูปแบบการทำงานของเนคเทค ที่เน้นการบริหารจัดการโครงการและเชื่อมโยงแหล่งทุนหรืองบประมาณทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้ เนคเทคได้กำหนด Flagship project ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ Digitized Thailand, Smart Health และ Smart Farm

แนวคิดหลักของ Smart Farm คือ การพัฒนางานวิจัยเพื่อเสริมกลยุทธ์ From farmer to market โดยมุ่งเน้นเรื่องการเพิ่มผลิตภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรโดยการบูรณาการและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เข้าไปพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ของกระบวนการทางการเกษตรตั้งแต่การผลิตสู่การตลาดและสู่มือผู้บริโภค โดยในระยะแรก Smart farm เน้นการนำผลงานต้นแบบจากห้องปฏิบัติการวิจัยของเนคเทค เพื่อนำไปขยายผลโดยร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ชุมชนในพื้นที่ และองค์กรบริหารระดับท้องถิ่น เป็นต้น

Smart Farm Flagship มีภารกิจเร่งด่วนในการกำหนดแผนที่นำทางสำหรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาด้านการเกษตรของประเทศภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อกำหนดทิศทางของงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการยกระดับการพัฒนาการเกษตรใน 4 ด้าน ได้แก่ การผลิต คุณภาพมาตรฐานการผลิตและสินค้า การลดความเสี่ยงในภาคเกษตรอันเกิดจากการระบาดของศัตรูพืชและภัยจากธรรมชาติ และการจัดการและส่งผ่านความรู้ โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกิดจากการวิจัยไปสู่การตอบโจทย์ทางสังคม เพื่อสร้างรากฐานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในระดับชุมชนเกษตร จะดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนร่วมกับการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้าน IT โดยห้องปฏิบัติการของเนคเทค ได้แก่ 1) หน่วยปฏิบัติการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว (EST) 2) หน่วยปฏิบัติการวิจัยวิทยาการมนุษยภาษา (HLT) 3) หน่วยปฏิบัติการวิจัยคลังอนุพันธ์ความรู้ (KEA) 4) หน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย (NTL) 5) ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC)

 

ภาพที่ 3-1 Smart Farm Flagship

จากการศึกษาภาพอนาคตทางด้านเกษตรและอาหารของประเทศไทยในระยะ 5 ปีข้างหน้า พบประเด็นการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่สำคัญ ที่การจัดทำ Smart Farm Flagship ต้องคำนึงถึงหลายประการ สรุปพอเป็นสังเขปได้ดังนี้

  • ราคาอาหารในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์ในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกอาหาร แต่ไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อตักตวงผลประโยชน์จากภาวะราคาอาหารที่สูงขึ้น
  • กระแสการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช้ภาษีทวีความรุนแรงขึ้น โดยแฝงมากับเรื่องภาวะโลกร้อน อาหารปลอดภัย การใช้แรงงานเด็ก
  • การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้น ฤดูกาลแปรปรวน เกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง และรุนแรงขึ้น การระบาดของแมลงศัตรูพืช กระทบต่อการผลิตสินค้าเกษตร
  • นโยบายผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองของประเทศผู้นำเข้า ทำให้ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกแปรปรวน
  • ภาคเกษตรไทยเผชิญกับภาวะการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น เพราะรายได้จากอาชีพทางการเกษตรไม่แน่นอน เมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมหรือบริการ วัยแรงงานจึงเคลื่อนย้ายไปอยู่ในภาคอุตสากรรมและบริการเป็นจำนวนมาก
  • ปัญหาการขาดแคลนน้ำมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากการบริหารจัดการน้ำ และการใช้น้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทุกสาขาการผลิตมีความต้องการใช้น้ำมากขึ้น ขณะที่น้ำต้นทุนมีปริมาณเท่าเดิม
  • ความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย ถูกกระทบโดยการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่มีมากขึ้น ประกอบกับการขาดการอนุรักษ์และปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ที่ดีของไทยให้คงอยู่ในประเทศ ทำให้สินค้าเกษตรไทยขาดเอกลักษณ์เฉพาะ

ด้วยภาพอนาคตดังกล่าว การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับภาคเกษตรเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ ทั้งนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่การใช้งาน IT ในยุคปัจจุบันของภาคเกษตรอาจจะยังไม่สามารถตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ ประกอบกับทางเลือกทางเทคโนโลยีในอนาคตจะมีมากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและความหลากหลายของเครื่องมือ ดังนั้นเพื่อให้การจัดทำ Smart Farm Flagship ดำเนินไปในทิศทางที่สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในอีก 5 ปีข้างหน้า ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติจึงได้จัดให้มีการรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงผู้ผลิตหรือเกษตรกรโดยตรง เพื่อนำประเด็นปัญหาดังกล่าวมากำหนดเป็นเป้าหมายของการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใน Smart Farm Flagship

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s