Smart Farm

ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรในรูปแบบวัตถุดิบและแปรรูป โดยเฉพาะอาหารแปรรูปที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก สินค้าเกษตรของไทยมีคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลมากขึ้น ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 จึงได้ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก

อย่างไรก็ตาม วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่เกิดขึ้น ส่งกระทบกับภาคเกษตรไม่น้อย เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพิงการส่งออกสินค้าและบริการมาก มูลค่าผลผลิตมวลรวมภาคเกษตร (ปี 2552) เท่ากับ 1.03 ล้านล้านบาท หดตัวจากปี 2551 ในอัตราร้อยละ 0.1 การเปิดเสรีทางการค้า ส่งผลให้อัตราการนำเข้าสินค้าเกษตรทั้งที่เป็นอาหารและปัจจัยการผลิตเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2552 อัตราการขยายตัวจากการนำเข้าสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 ขณะที่มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารหดตัวลงร้อยละ 4.88 (ปี 2552)1 การขยายตัวของชุมชนเมืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และคาดการณ์ว่าประชากรจากภาคเกษตรจะเคลื่อนย้ายเข้าสู่ภาคบริการมากขึ้น ส่งผลต่อปริมาณแรงงานภาคเกษตรในอนาคต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อประเทศไทยรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลายพื้นที่เกิดภาวะแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรทวีความรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง ปัญหาน้ำท่วมขังเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและบ่อยครั้งขึ้น ระบบนิเวศชายฝั่งเปลี่ยนแปลงไป เหล่านี้ทำให้พื้นที่เพาะปลูกเกิดความเสียหายและลดลงอย่างมาก ในขณะเดียวกันผลิตภาพการผลิตรวมของภาคเกษตรอยู่ในระดับต่ำ (ต่ำกว่าร้อยละ 1 ของ GDP) เนื่องจากการใช้ปัจจัยการผลิตไม่มีประสิทธิภาพและขาดการจัดการด้านการผลิตและการตลาด และถึงแม้ว่าสถิติการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปของไทยที่สำคัญ เช่น ข้าว มันสำปะหลังโรงงาน มังคุด กุ้งแช่เย็นแช่แข็งและกุ้งปรุงแต่ง ทูน่ากระป๋อง สับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรด มีการส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก (2551) แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในสภาพที่ยากจน หนี้สินครัวเรือนเกษตรยังคงเพิ่มขึ้น และเกษตรกรรายย่อยเป็นผู้ได้รับส่วนแบ่งจากมูลค่าส่งออกเหล่านี้น้อยที่สุดในห่วงโซ่การผลิต

1 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

 

กล่าวโดยสรุปได้ว่า ภาคเกษตรของไทยยังคงเน้นการใช้ปัจจัยทุนและปัจจัยแรงงานในการผลิต อัตราการใช้เทคโนโลยีอยู่ในระดับต่ำ ประสิทธิภาพปัจจัยการผลิตรวม (TFP) ของภาคเกษตรต่ำกว่าภาคการผลิตอื่นๆ ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตรต่ำกว่าภาคการผลิตอื่นๆ และถึงแม้ว่าภาคเกษตรยังคงเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบเพื่อสนับสนุนการผลิตสาขาอื่นๆ ภาคเกษตรสามารถสร้างสินค้าอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยได้มากขึ้น สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ประชาชาติ แต่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่อยู่ในภาคเกษตรยังไม่สามารถพึ่งอาชีพเกษตรกรรมเป็นแหล่งฐานรายได้ที่มั่นคงได้ แม้ว่ารายได้สุทธิครัวเรือนเกษตรกรเพิ่มขึ้น แต่ราคาปัจจัยการผลิต ค่าครองชีพ ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความไม่แน่นอนของราคาผลผลิตที่ได้รับ ส่งผลให้หนี้สินครัวเรือนเกษตรกรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน

ปัญหาภาคเกษตรที่กล่าวมาข้างต้น จะไม่รุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้างหากระดับประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตรอยู่ในระดับที่เหมาะสม การยกระดับผลิตภาพการผลิตภาคเกษตรสามารถทำได้ด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเกษตรกรสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการเกษตรได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ จากการที่เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสาขาเทคโนโลยีหนึ่งที่นับวันจะทวีความสำคัญและเป็นเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์เพิ่มขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็นทางเลือกที่เกษตรกรในฐานะที่เป็นผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญ และควรเน้นย้ำถึงการนำมาซึ่งเทคโนโลยีการผลิตพร้อมระบบการจัดการที่ดีสำหรับเกษตรกรรายย่อย แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือกระบวนการที่ทำให้เทคโนโลยีเหล่านั้นอยู่ในมือเกษตรกรและสามารถนำไปปฏิบัติจริง

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้ตระหนักถึงบทบาทที่จะต้องตอบสนองต่อความต้องการเทคโนโลยีสารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาภาคการผลิต (ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ) ของประเทศ โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ถือเป็นวิถีชีวิตของคนไทย จึงได้นำเสนอ Smart Farm Flagship ขึ้น โดยในช่วงที่ 1 ของการนำร่องโครงการ Flagship Smart Farm นี้ ผลลัพท์ที่คาดหวังประกอบด้วย แผนที่นำทางเทคโนโลยี (Roadmap) การจัดทำ White Paper เชิงนโยบาย การสร้างเครือข่ายภาคีร่วมทางพร้อมการร่วมทำมาตรฐานข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเกษตร และโครงการนำร่องเพื่อเรียนรู้และปรับฐานไปสู่การขยายผลในระยะต่อไป

อย่างไรก็ดี คณะผู้จัดทำเล็งเห็นว่า การจัดทำ White Paper นี้ สิ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือการเข้าใจในบริบท ทิศทางการพัฒนาโดยรวมของประเทศ และความท้าทายในด้านต่างๆ ที่ประเทศจะต้องเผชิญ เพื่อจะได้คาดการณ์ถึงความต้องการและบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้ คณะผู้จัดทำ ได้นำเสนอบทสรุปบริบทดังกล่าวไว้ในบทที่ 2 ของ White paper นี้

ส่วนในบทที่ 3 เป็นสาระสำคัญของ Smart Farm Flagship และกระบวนการทำงานของ stakeholders ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเกษตรของประเทศไทย เพื่อให้ได้มาซึ่ง Roadmap การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเกษตร

จากการระดมความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรของประเทศไทยในหลายเวทีเห็นพ้องกันว่าจุดมุ่งเน้นของการพัฒนาภาคเกษตรประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ การผลิต คุณภาพมาตรฐาน การจัดการความเสี่ยง และการจัดการความรู้ โดยสาระสำคัญของ Technology Roadmap จะกล่าวถึงในบทที่ 4

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s